พิธีเปิดโครงการ“สานใจไทย สู่ใจใต้” รุ่นที่ ๘
 

              เมื่อเวลา ๑๐.๐๐ น.  วันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๑   ณ. สโมสรทหารบก .วิภาวดี-รังสิต  พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ สานใจไทยสู่ใจใต้ ครั้งที่ ๘ มีเยาวชนในพื้นที่ ๕ จังหวัดชายแดนใต้ คือ จ.ยะลา ปัตตานี นราธิวาส สงขลา สตูล จำนวน ๒๔๐ คนเข้าร่วมโครงการ เพื่อให้เยาวชนในจังหวัดชายแดนใต้มีโอกาสเรียนรู้สภาพความเป็นอยู่และวิถีชีวิตของครอบครัวมุสลิมใน กทม.และจังหวัดใกล้เคียง เพื่อเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ วิสัยทัศน์และการพัฒนาแนวคิด  โดยอยากให้เยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีความสมัครสมานสามัคคี ส่วนตัวปรารถนาที่จะเห็นความสงบสุขในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมกับชี้แนะว่าอย่าน้อยใจว่าไม่มีความเท่าเทียมกันระหว่างคนที่นับถือศาสนาพุทธ และศาสนาอิสลาม ซึ่งคนที่พูดอย่างนั้นถือว่าเป็นคนสติไม่ดี คิดไม่ดีต่อชาติบ้านเมือง  "อยากให้ทุกคนมีความภาคภูมิใจที่เกิดมาเป็นคนไทย ซึ่งมีหน้าที่คอยดูแลชาติบ้านเมืองต่อไปในอนาคต และขอให้คิดว่าตนก็เป็นเจ้าของแผ่นดินไทยเหมือนเช่นกับคนไทยทุกคน" พล.อ.เปรม กล่าว  โดยมี นายอารีย์ วงศ์อารยะ  คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ คณะกรรมการ ร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง

              พล.อ.เปรม กล่าวว่าความสำเร็จของโครงการนี้ต้องมอบให้ทุกคนที่มีส่วนร่วมการที่ผู้ใหญ่ในประเทศได้ให้ความสนใจทุ่มเทกับโครงการถึงขนาดนี้ แสดงให้เห็นว่าได้ให้ความสนใจกับโครงการในครั้งนี้เป็นอย่างยิ่ง ก็เพื่อนำความสงบสุขความสมานฉันท์ ให้เกิดขึ้นในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เยาวชนทุกคน คงเข้าใจดีว่า เราปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะให้เกิดความสงบสุขในพื้นที่ จึงอยากให้เยาวชนคนไทยได้จดจำ เข้าใจถึงความพยายามและความปรารถนาดี ที่เราได้พยายามเพื่อให้เกิดความสงบสุขขึ้นในพื้นที่ให้ได้   ซึ่งประธานองคมนตรีและ รัฐบุรุษ กล่าวยืนยันว่าจะทำโครงการนี้ต่อไป แม้จะได้ผลมากบ้างน้อยบ้าง เราก็ไม่สนใจจะทำต่อไปจนกว่าจะประสบความสำเร็จหรือจนกว่าเยาวชนจะบอก ว่าพอแล้วไม่ต้องทำแล้วก็จะหยุดเนื่องจากโครงการ “สานใจไทย สู่ใจใต้” นั้นเยาวชนจะได้ประโยชน์ได้ความรู้และจะมีประสบการณ์ในการดำเนินชีวิต เพื่อให้เกิดความสงบสุขในบ้านเมืองโดยเฉพาะในจังหวัดชายแดนภาคใต้ และเมื่อได้รับความรู้และประสบการณ์ แล้วก็ขอให้นำไปประยุกต์ใช้ให้เป็นประโยชน์ต่อตนเอง ครอบครัวและสังคมในพื้นที่ด้วย